Padipat Ong

สิ่งที่พ่อมือใหม่ต้องทำ ไม่ใช่เลี้ยงลูก

คุณอ่านหัวข้อไม่ผิดหรอกครับ คุณพ่อมือใหม่ทุกท่าน

คุณอาจจะคิดว่าการช่วยภรรยาอาบน้ำ ป้อนนม เช็ดก้น และอื่นๆสารพัดนั้น เป็นสิ่งที่ภรรยาต้องการมากที่สุด

มันก็ถูกนะครับ เราต้องช่วยคุณแม่ทำเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว มากบ้างน้อยมากตามลักษณะของแต่ละครอบครัว

แต่มีคนๆหนึ่งที่อ่อนไหว บอบบาง ไม่แพ้ทารกน้อย โดยเฉพาะด้านจิตใจ ก็คือภรรยาของคุณนั่นเอง

คิดดูนะครับ คุณแม่มือใหม่ต้องเจอกับเรื่องอะไรบ้าง ภรรยาของผมเจอความยากลำบากเรื่องการฟื้นตัวจากแผลผ่าตัด ไหนจะเรื่องน้ำนมที่ไม่ออกมากตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ไหนจะคุณแม่ของทั้งสองฝ่ายที่หวังดี แต่อาจจะกดดันว่าต้องเลี้ยงลูกอย่างนั้นอย่างนี้ นอนไม่เคย เพราะต้องปั๊มนม ให้นมลูกทุกๆสองสามชั่วโมง เด็กบางคนเลี้ยงยาก นั่นยิ่งไปกันใหญ่ บางครอบครัวมีวัฒนธรรมจีนที่ให้ทานแต่อาหารที่เธออาจจะไม่ชอบ ความเครียดเรื่องร่างกายที่เปลี่ยนไป และอื่นๆอีกมากมาย

ผมพบว่าหลายครั้งที่ผมดูแลแต่ลูก และคิดว่านั้นเพียงพอแล้วกับการเป็นพ่อมือใหม่ หันมาดูภรรยาแสนสวยของผมอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของเราแทบจะแย่เลยทีเดียว

และเมื่อคุณแม่ไม่ได้รับความรักและการเอาใจใส่ที่เพียงพอ ความเครียด ความกดดันก็จะส่งผลไปถึงลูก เธอจะมีความอดทนน้อยลง หงุดหงิดง่าย เป็นต้น

คุณพ่อครับ เราเป็นสามีของภรรยาที่ตอนนี้เป็นแม่มือใหม่ พวกเธอต้องการสามีไม่น้อยไปกว่าลูกต้องการพ่อเลยนะครับ

หน้าที่หลักที่ผมอยากแนะนำก็คือการดูแลภรรยาให้ดีเป็นพิเศษ หาของอร่อยๆให้ทาน ช่วยงานบ้าน ใช้เวลาอยู่กับบ้านให้มากกว่าปกติ ไมว่างานของคุณจะยุ่งแค่ไหน เวลา 1-3 เดือนนี้ คุณพ่อควรจะให้เวลากับแม่และลูกเป็นพิเศษ อย่างที่พวกเขารู้เลยว่าพวกเขาสำคัญขนาดไหน

ความลำบากของการเป็นพ่อมือใหม่อีกด้านก็คือ ประเทศไทยไม่มีวันลาหยุดคลอดสำหรับฝั่งผู้ชายเลย สิ่งนี้น่าจะสะท้อนว่าสังคมไทยและรัฐไทย ไม่เห็นบทบาทของพ่อในเรื่องนี้ สิทธิที่พึงมี ที่จะทำให้ครอบครัวผ่านช่วงยากลำบากไปได้ ก็เลยไม่มีไปด้วย

ประเทศไทยไม่มีวันลาหยุดคลอดสำหรับฝั่งผู้ชายเลย สิ่งนี้น่าจะสะท้อนว่าสังคมไทยและรัฐไทย ไม่เห็นบทบาทของพ่อในเรื่องนี้

ถ้าใครลาพักร้อนยาวๆได้ ลาเลยครับ เราลาไปเที่ยวเป็นสิบวันยังได้เลย ลาเลี้ยงลูกเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุด ถ้าใครไม่มีปัญหาด้านการเงิน การลาได้ยาวเป็นเดือนแบบไม่รับเงินเดือน ก็เป็นทางเลือกที่สามารถทำได้ ต่อรองกับที่ทำงานได้

และเราควรสื่อสารเรื่องนี้กับเจ้านาย ทีมงานให้เรียบร้อย เช่นเราจะมาทำงานเช้าขึ้น แลกกับเวลาตอนเย็นที่จะกลับไปดูแลครอบครัวได้ เป็นต้น

ทำแบบนี้แล้วภรรยาของเราจะเต็มไปด้วยความสดชื่น ครอบครัวของเราจะมีความสุข และเชื่อผมไหมครับ การทำหน้าที่สามีแบบนี้ จะสร้างความแตกต่าง สร้างวัฒนธรรมที่ดี สร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว เป็นเกราะป้องกัน เป็นวัคซีนเพื่อให้ครอบครัวของเรา ลูกน้อยของเราจะเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงได้

คิดอย่างไรกันบ้างครับ

อำนาจรัฐกับเรื่องขวดน้ำพลาสติก

คลิป “The Story of Bottled Water”
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=Se12y9hSOM0

ขอบคุณคนทำวีดิโอนี้มากนะครับ ดูง่ายและมีเรื่องราวที่ดี จากเรื่องขวดน้ำดื่มหนึ่งขวด ไปถึงการตั้งคำถามต่ออำนาจรัฐ อิทธิพลของสื่อ อุตสาหกรรม สิทธิ และอื่นๆ

กลยุทธ์ทางการตลาดในการระบุปัญหาและสร้างความต้องการ เราเจอได้มากๆในสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน เพราะประเด็นคือตลาดเท่าเดิมแต่ต้องขายให้ได้มากขึ้น ก็ต้องมีการขยายตลาด มีคนมาบอกว่าเรามีปัญหาอย่างโน้นอย่างนี้ หน้าไม่ขาว น้ำดื่มไม่สะอาด ผมขาวก็ไม่ได้ หัวล้านก็ไม่ได้ เครียดต้องกินวิตามิน วิตามินดี แคลเซียมป้องกันกระดูกพรุน (กลไกของบริษัทยาและวิตามินก็น่าสนใจเอามาคุยกันนะครับ) เป็นต้น ตัวเรามันต้องสินค้ามากมายมาปรับปรุงคุณภาพชีวิตจริงๆหรือ คุณภาพชีวิตแบบไหนที่เราต้องการ ใครเป็นคนตัดสินให้เรา ผลงานวิจัยต่างๆออกมาโดยมีจุดประสงค์ทางการตลาดจนนำเสนอข้อมูลเกินจริงหรือ ไม่

ตัวเรามันต้องสินค้ามากมายมาปรับปรุงคุณภาพชีวิตจริงๆหรือ คุณภาพชีวิตแบบไหนที่เราต้องการ ใครเป็นคนตัดสินให้เรา

เราต้องมีการตระหนักในข้อมูลต่างๆที่เข้ามานะครับ สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการนั่งดูละครน้ำเน่าอยู่ที่บ้าน แต่ต้องอ่านมากขึ้น สังเกตมากขึ้น และตั้งคำถามต่อเรื่องต่างๆด้วยสติที่ดี เราไม่สามารถแยกตัวออกจากกลไกพวกนี้ได้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไปแล้ว แต่เราจะสร้างพื้นฐานความคิดได้การแยกแยะข้อมูล ต่อต้านความไม่เป็นธรรมและทุนนิยมที่เอารัดเอาเปรียบ ช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสและตกที่นั่งลำบากได้อย่างไร คริสตจักรเองก็ขาดด้านนี้ไปและใส่ใจกับกิจกรรมศาสนาคริสต์ไปซะมากกว่า

ผมไม่แน่ใจว่าวีดิโอเรื่องนี้จะประยุกต์กับมาตรฐานน้ำประปาในประเทศไทยได้หรือ ไม่ แต่มันก็คงมีส่วนจริงในสังคมไทยและให้ภาพใหญ่ในระดับโลกได้บ้าง จะมีใครตั้งคำถามและหาคำตอบในเรื่องนี้หรือไม่ คริสเตียนที่อยู่ที่ห้องแลปต่างๆ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักเรียนนักศึกษา กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทำอะไรได้บ้าง หรือจะปิดหูปิดตารับข้อมูลทางการตลาดอย่างเดียว ผมเองเลิกดื่มน้ำจากขวดพลาสติกและใช้กระบอกน้ำส่วนตัวแทน หนักหน่อย ไม่เย็นบ้าง แต่ลดขยะที่เกิดจากตัวผมไปได้ไม่น้อยทีเดียว ถ้าใครไม่มั่นใจเรื่องความสะอาดของน้ำประปาก็อาจจะเรื่องการต้มหรือกรอง และทุ่มเทพลังไปรณรงค์ให้หน่วยงานรัฐจัดการเรื่องน้ำดื่มให้เรา “น้ำดื่่ม” ที่น่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐานของคนทุกชนชั้น โดยไม่ต้องจ่ายเงินมหาศาลและสร้างขยะโง่ๆเพิ่มในโลกใบนี้